เพราะสายน้ำไม่เคยไหลย้อนกลับ
posted on 05 Feb 2012 21:39 by mojungpai in BehindFridge1.
พักนี้ชักจะขี้เกียจ
พลังงานในการทำงานที่เหมือน ๆ กับเทอมที่แล้วดูเว้าแหว่งไปอย่างหาสาเหตุไม่ได้
วันนี้เป็นอีกวันที่นั่งงมอยู่ในห้องแล้วพบว่าตัวเองยังคิดงานไม่ออก
โดยปกติ เวลาเกิดเหตุการตีบตันระดับโลก จะชอบหนีออกไปหาเกมเล่นในคอมแทนที่จะนั่งงมอยู่หน้าโต๊ะดราฟ
หรือถ้าไม่เล่นเกมก็จะล้มตัวลงนอนหนีปัญหาอย่างงอแงและเห็นแก่ตัว
.
ยังคงคิดงานไม่ออก
จึงบอกตัวเองว่าช่างแม่ง เดินออกหาอะไรกินคงจะช่วยนำเลือดไปเลี้ยงสมองได้บ้าง
ระหว่างนั่งรอเกาเหลาเครื่องในใส่ตำลึงซึ่งไม่รู้ว่าจะสั่งให้เค้าใส่ทำไม เพราะไม่เคยกินมันสักแอะ
ก็นั่งคิดงาน (ที่ยังคงคิดไม่ออก) ไปพลาง ๆ
สองสามนาทีก็มีกลุ่มชาย-หญิง แฟนกันมาขอนั่งด้วย กับผู้หญิงอีกหนึ่งคนที่เหมือนมารอเดทกับผู้ชาย
แค่มึงนัดกันมาเดทแรกกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวตำลึง ผมก็โคตรจะประทับใจในความโรแมนติก
Abstract ของพวกมึงแล้ว ก็ยังมิวายคุยกันเสียงดังอย่างไม่เกรงใจคนผู้มานั่งก่อนมั้งเลย
จนคิดไปว่า เออ... หรือเป็นตัวเราเองว่ะ ที่ดันมานั่งผิดที่
ช่วงเวลาระหว่างการแดกอาหารเคล้าชาย - หญิง ที่มา First date กันข้าง ๆ
เป็นเวลาที่แม่งโคตรจะทำตัวไม่ถูก
เอ๊ะ ถ้านั่งเงียบ ๆ ไทำเป็นไม่สนใจเดี๋ยวแม่งก็หาว่าแอบฟังแม่งจีบกันอีก
ครั้งจะยื่นหน้าไปฟังแบบไม่แคร์สื่อ ก็กลัวจะโดนหาว่าไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน
(ซึ่งที่จริงกูก็นั่งแดกข้าวอยู่ดีดี)
จึงทำเป็นหยิบสมุด + ดินสอทำท่าใช้ความคิด Sketch นู้นนี่ไปเรื่อยเปื่อย (และแน่นอนว่า ยังคิดแบบไม่ออก)
พอสังเวยอาหารจานด่วนปนไอความรักจากอีหนุ่ม-สาว ข้าง ๆ เสร็จก็ฉีกหนีตัวออกมาจากพวกมันโดยไว
พลันเข้าร้านเครื่องเขียนซื้อกระดาษ ที่ยังไม่รู้ว่าจะเขียนงานอะไรลงไปในนั้น
เสร็จจากการใช้เงินก็เดินผ่านร้านหนังสือ
และเหลือบไปเห็น aday Spacial ขึ้น
ผมเดินเข้าไปซื้อจ่ายตังค์ 80 บาทอย่างที่เคยจ่ายตามปกติ
"180 บาทน้อง"
เหี้ย นี่เหี้ยไรกันเนี่ย
กูเคยซื้อ 80 บาทเองนะ
หลังจากทำหน้างง ๆ ปนไม่เชื่อ หวังว่าคนขายจะทำหน้าตาตลก ๆ แล้วพูดว่า "อ่ะ เค้าล้อเล่นน่" สักพักใหญ่
ก็พบว่าหนังสือแม่ง 180 บาทจริง แบบไม่มีแอ๊บแบ้ว
แม้จะคิดในใจว่าแม่งแพงห่าอะไรนักหนาว่ะ แต่ก็ควักตังค์จ่ายไปโดยง่ายเหมือนโดนสะกดจิต
และนี่คือเนื้อหาสาระจริง ๆ ที่จะเขียนวันนี้
(เกริ่นได้ปลวกมาก)
2.
"เราสูญเสียสิ่งที่เรามี ก็เพื่อจะได้เรียนรู้ว่า ทุกสิ่งล้วนเป็นเรื่องชั่วคราว"
aday Spacial เป็นเล่มที่ผมอ่านจบไวที่สุดตั้งแต่ตามซื้อมันมา
ก็แหงแหละ ทั้งเล่มแม่งมีแต่รูป ตัวหนังสือรวมกันยังไม่เท่าบทความเกริ่นนำที่ผมเขียนไว้ข้างต้นเลยมั้ง
เปิด Review ดูรอบแรกก็คิดได้ว่า
ฉิบหายละ 180 บาทกู
จะคุ้มมั้ยเนี่ย ได้ดูแต่รูป เนื้อหาสาระอะไรเขียนอธิบายไว้หน่อยก็ไม่มี
แต่พอกลับถึงหอ
เห็นงานที่นอนยึดที่อยู่บนเตียงแล้วก็คิดว่า
อืม... ไหน ๆ ก็อุส่าห์ซื้อมาตั้ง 180 บาท
ไหน ๆ ไปทำงานก็ยังคงนั่งงมกับกระดาษเปล่าและเสียงเอี๊ยด ๆ ของ T-Slide
กูไม่ทำงานและ นอนอ่านมึงก่อนแล้วกัน
3.
"เราสูญเสียสิ่งที่เรามี ก็เพื่อที่จะได้เรียนรู้ว่า การสะสมคือการเพิ่มของหนักให้กับชีวิต"
สารภาพตามตรง
ผมแทบจะลืมไปแล้วว่าแค่เพียงไม่กี่เดือนก่อนประเทศไทยน้ำท่วม
เมื่อในสื่อไม่มีข่าวน้ำท่วม
เมื่อพื้นดินเริ่มแห้ง
จึงดูเหมือนว่าคนที่ไม่ได้รับความเดือดร้อนอะไรเลยเช่นผม
ก็จะไม่คำนึงถึงการ"เคย"เกิดขึ้นของภัยพิบัติครั้งนี้
น้ำท่วมของผมจึงเหมือนเหตุการณ์เลวร้ายอะไรสักอย่างนึง
ที่ทำให้เวลาปิดเทอมภาคฤดูหนาวยาวนานกว่าปกติ
แม้ว่าจะได้ไปช่วยเค้าตักทรายอยู่บ้างสัก 2-3 ครั้ง
เพื่อสร้างมายาคติให้ตัวเองรู้สึกว่า
เออ อย่างน้อยกูก็ได้ทำอะไรบ้างแล้วนะ
แต่สิ่งที่ทำไปมันเหมือนเทียบอะไรไม่ได้เลยกับคนที่เค้าประสบ
กับเหตุการณ์ที่เลวร้ายนี้จริง ๆ
และแน่นอนว่ามันไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ เลื่อนเปิดเทอมแน่ ๆ
4.
หลังอ่าน (ดูรูป) จบ
ผมก็รู้สึกว่า อืม... มันก็ไม่ได้แพงมากหรอกมั้ง
ถ้าเทียบกับการถ่ายรูประดับเทพในเล่ม
และเป็นเหมือน สมุดภาพบันทึกเหตุการณ์ "สำคัญ" ในช่วงที่เรายังมีชีวิตอยู่
เรื่องราวต่าง ๆ เดี๋ยวนี้มาเป็นกระแสแล้วกลืนหายไปเร็วมาก
เรารับรู้, รู้สึก, เข้าใจ กับเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ดี
แต่เราเก็บความรู้สึกตรงนั้นไว้ได้ไม่นานนัก
ผมเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เข้าขั้นขี้ลืม
ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั้งกระดาษ Note ที่เขียนไว้กันลืมตอนจะออกไปซื้อของ
ล่าสุด ผมก็ลืมไปแล้วว่าเมื่อไม่นานมานี้ประเทศไทยน้ำท่วม
และมีผู้คนมากมาย ที่ยังได้รับผลกระทบจากความโหดร้ายของเหตุการณ์นั้น
หนังสือที่มีแต่ภาพราคา 180 บาท ดูมีค่าขึ้นมามาก
ไม่ใช่เพราะการถ่ายภาพระดับเทพ
หรือการจัด Art Work บวกกับกระกระดาษอาร์ตมัน
แต่มันเป็นเหมือนจุดเตือนความจำของคนขี้ลืมอย่างตัวผมว่า
ในประเทศนี้มันมีเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นแล้วเราไม่ควรปล่อยมันไปเฉย ๆ
ด้วยวาทะกรรมว่า ไม่เป็นไร คนไทยรักกัน หรือ เราคนไทยจะก้าวไปด้วยกัน
เราควรจะมีการสังเคราะห์ก้อนความคิดอะไรสักอย่าง ในเวลาที่สังคมกำลังเผชิญกับปัญหา
การบอกว่า เดี๋ยวก็ผ่านไป ซึ่งนั่นมันก็จริง
เดี๋ยวมันก็ผ่านไป
แต่เราไม่คิดจะเก็บสิ่งใดไว้ใช้ในการเจอกับปัญหาข้างหน้าเลยหรอ
ผมทำแล้วนะ
อย่างน้อยก็เสียตังค์ซื้อสมุดภาพไปตั้ง 180 บาทแหนะ
: /
ปล. จบแบบขายของซะงั้น

5.
ยังคงคิดงานยังไม่ออก
ทำงานก็ยังไม่เสร็จ
แต่มีเวลามานั่งเขียนบล็อค
ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถานการณ์
"จะเอาเหี้ยไรไปส่ง"
9:15 pm
5 กุมภาพันธ์ 2555