เหตุเกิดจาก hi5

posted on 29 Apr 2011 20:57 by mojungpai  in EasyRead

1.

Comment สุดท้ายที่ถูกฝังลงไว้ใน hi5 ของผมคือเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2553 17:31 น.

เจ้าของของมันคือเพื่อนสนิทในสมัยมัธยมปลาย

 

เธอเขียนเอาไว้ว่า

 

"บอกลาอย่างเปนทางการแล้วสินะ TT"

 

จากหลักฐานดังกล่าวสามารถเดาได้ว่าผมเลิกเล่น hi5 ไปเมื่อ 1 ปีกว่าก่อน

ส่วนเหตุผลนั้นลืมไปแล้วเหมือนกันว่าทำไม

อาจจะด้วยความที่ตอนนั้นเกิดกระแสเกมปลูกผักใน FB กำลังมาแรง

ประกอบด้วยความน่ากลัวของ hi5 ที่นับวันเรายิ่งจะเจอคนที่โคตรจะแปลกหน้ามาส่งคำขอมาเป็นเพื่อนเรา

คือก็ไม่ได้หยิ่งยะโสโอหังแบบว่าถือตัวไม่อยากเป็นเพื่อนใครหรอกนะ แต่ ... คือ เธอ นาย มึงเป็นใครว่ะ?

อยู่ดีดีก็มาเพิ่มเป็นเพื่อน แม้จะเป็นแค่ในโลกสมมติก็ตามทีเถอะ แต่ก็อยากให้มันมีความเกี่ยวข้องกันในชีวิต

จริงอยู่บ้าง

 

เคยครับ เคยรับแอด (เรียกว่าเผลอจะดีกว่า) ใครก็ไม่รู้เป็นผู้หญิงเห็นว่ารูป Display น่ารักดี

เลยกดคอนเฟริมไป ถ้ามีเพลงประกอบฉากคงเป็น  "ไม่รู้จักมึงไม่รู้จักกู"

ต่างคนต่างไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ทางบ้านฐานะดีมั้ย มีครอบครัวแล้วหรือยัง

แล้ววันหนึ่งเธอคนนั้นก็มาปรากฏกายในกล่องคอมเม้น

 

 

Thx 4 add นะค๊ะ

ชื่อกวางค่ะ

BG สวยดีนะค๊ะ

ว่าง ๆ ไปเม้นกลับให้มั้งนะ

ไปละ อย่าลืมหม่ำ ๆ ละ

 

 

อ่า โอเคครับ ผมกับเธอเริ่มมีการสนทนากันผ่านคีย์บอร์ดแล้ว

 

Thx 4  add 

แหมไม่เป็นไรหรอกคุณ รับแอดไม่ใช่เรื่องใหญ่โตถึงขนาดต้องมาขอบคุณกันครับ มันก็แค่คลิก 1 คลิกก็จบแล้ว

 

ชื่อกวางค่ะ

อ๋อครับ ๆ อืมม ว่าแต่ใครถามว่ะ

 

BG สวยดีนะค๊ะ

หรอครับ (หันไปดู BG ที่ไม่มีอะไรนอกจะพื้นสีขาวธรรมดา)  

 

ว่าง ๆ ไปเม้นกลับให้มั้งนะ

แล้วจะให้ไปเม้นว่าอะไรวะ

 

ไปละ อย่าลืมหม่ำ ๆ ละ

ครับ ตามสบายเลยครับจะไปไหนก็ไปได้เลย ส่วนเรื่องกินข้าวผมคงไม่ลืมหรอกครับ

ขอบคุณมากครับที่เตือน 

 

 

จากการคอมมเม้นของคุณกวางที่ได้อ่านมา ถ้าลองจินตนาการให้คุณกวางมีตัวตนอยู่ในโลกจริง

เราก็จะได้เป็นเด็กผู้หญิงตากลม ๆ โต ๆ ชอบเดินหันข้างนิด ๆ ทำหน้าทำตาแปลก ๆ

หรือที่เราเรียกว่าแอ๊บแบ้ว

ส่วนเรื่องลักษณะนิสัยก็จะเป็นคนที่อัธยาศัยดีมาก ดีจนน่าตกใจ

คือถ้าคุณกวางกำลังรอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์สักป้าย

เธอก็จะมีความเป็นมิตร เข้าไปแนะนำตัวกับคนแปลกหน้าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

 

สวัสดีค่ะ

ชื่อกวางนะค่ะ

ยินดีมากที่ได้มานั่งรอรถเมล์ร่วมกันในวันที่แสนดีอย่างนี้

สีเนคไทสวยดีนะค่ะ

ยังไงถ้าไม่รังเกียจ ไปหากวางที่บ้านบ้างนะค่ะ

เดี๋ยวต้องไปแล้วนะค่ะ รถเมล์มาแล้ว อย่าลืมแปรงฟันก่อนนอนนะค่ะ

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

2.

ตัวเลขที่มุมบนขวาบอกว่า(เมื่อก่อนนั้น)ผมมีเพื่อนอยู่ทั้งหมด 434 คน

มีคนมาคอมมเม้นโปรไฟล์ 1405 ครั้ง และคอมมเม้นรูปภาพอีก 90 คอมเม้น

 

ขอเชิญเลยนะครับ สำหรับใครที่มี hi5 แล้วตอนนี้ได้ปิดไปแล้ว

ถ้าว่าง ๆ ก็ลองไปเปิดดูครับ ลองไล่อ่านคอมมเม้นทั้งหลายดู

 

ผมลองมาแล้วครับ

 

ขอบอกว่ามันส์ใช้ได้เลยทีเดียว

hi5 นี่มันเป็นพงศาวดารของชีวิตวันรุ่นมาก ๆ

เราจะสามารถรู้ได้เลยว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นเรากำลังให้ความสำคัญกับอะไรอยู่

แล้วเรามีความคิดทัศนคติต่อสิ่งที่เป็นอยู่แบบไหน

 

ยกตัวอย่างในแบบของผมละกัน

 

100 คอมเม้นล่าสุดที่กดย้อนไปอ่านนั้น คอมมเม้นที่ฮิตติดชาร์ทมากก็คือ

 

"มีที่เรียนหรือยัง"

 

เห้ย!! นี่มันความรู้สึกที่หายไปนานนี่น่า

ความรู้สึกของชีวิตเด็กมัธยมปีสุดท้าย ที่ต้องดิ้นรน ทำทุกวิธีทางที่จะทำให้ได้มาซึ่งที่เรียน

(หวังว่ายังจำความรู้สึกตอนนั้นกันได้นะ)

ความรู้สึกถึงการจากลาเพื่อน ๆ ที่คบกันมานาน เพื่อเข้าสู่สังคมใหม่

สังคมของมหาวิทยาลัย ที่ทุก ๆ อย่างจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว

 

 

หรือจะเป็น เรื่องทิศทางหัวใจในตอนนั้น

คอมเม้นที่ปรากฏขึ้น สามารถบอกได้ดีว่าตอนนั้นหัวใจของเราอยู่ที่ใคร ..

 

หรือไม่จริง ?

 

เรามักจะได้รับคอมมเม้นที่โคตรจะเลี่ยนจากคู่หัวใจของเราอยู่เสมอ ๆ

เช่นว่า คิดถึงนะ หลับฝันดี เดี๋ยวโทรหานะตัวเอง ดูแลตัวเองด้วย

มันบอกเราว่าเมื่อก่อนนั้นเราเคยมีความรัก

และมีคนรักด้วย

(ใครไม่มีเชยมาก)

 

แม้ว่าตอนนี้เจ้าของคอมมเม้นต่าง ๆ จะได้หายสาบศูนย์ไปซึ่งสาระบบของชีวิตแล้วก็ตาม

 

คิดไปก็เสียดาย

 

เวลาในหน่วยปีแค่ไม่เท่าไหร่ ก็ทำให้คน ๆ หนึ่งลบคนอีกคนไปได้หมดจดใจขนาดนี้

มันจะเศร้าเกินไปแล้วนะ

 

 

 

 

 

 

 

ขอเปลี่ยนอารมณ์

ย้ายมาที่คอมเม้นจำพวกที่ว่า เห้ย !!! อไรของมึงวะ

ผมกดย้อนไปเจอคอมเม้นนี้มาครับ

 

ดี

ดี

จร้า

 

ที่รัก*-*

 

 

ฮะ ? กูเคยมีที่รักกับเค้าด้วยหรอวะ และเมื่อเปิดย้อนไปก็เจอเธอคนเดิมคอมมเม้นมาอีกว่า

 

2วันที่ฉันจะอยู๋กะเธอเเล้วนะ*-*

 

ฮืม ?? อะไรคือสองวัน

แล้วไปอยู่ด้วยกันที่ไหนยังไงวะ

อ่านแล้วตกใจรู้สึกคล้ายกับเมาเหล้าแล้วพลาดไปได้กับใครที่ไหน

อาการประมาณว่าจำอะไรไม่ได้เลย แต่ด้วยความสงสัยก็กดเข้าไปดูว่าเธอผู้น้นเป็นใคร

เฉลยก็ออกมาว่าเป็นเพื่อนกันนั่นเอง ที่ตอนนั้นชอบเล่นแกล้งกันว่าเป็นที่รักกัน

 

เฮ้ออ อันตรายมากเหมือนกันนะการละเล่นแบบนี้ในอดีตเนี่ย

ลองคิดเว่อ ๆ ดูว่าหากวันนึงเกิดหลงไปเป็นคนในสื่อขึ้นมา

แล้วมีมือดีมางัดแงะความเป็นอดีตของเราจาก hi5 เนี่ย

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่้อวันดีคืนดีมีข่าวว่าเรามีที่รักคนนู้นบ้างคนนี้บ้าง

ด้วยหลักฐานจากคอมเม้นใน hi5

ข้อมูลใน social Network ว่าไปบางทีมันก็มีผลเสียเหมือนกัน

เราพิมพ์อะไรไปมันไม่หายเหมือนเขียนดินสอลงในกระดาษด้วยสิ

 

หรือบางคอมเม้นนี่ก็ไม่สามารถเข้าใจอะไรได้เลยทั้งสิ้นครับ

คล้ายกับมันหมดอายุไปนับจากวันที่เจ้าของได้คอมเม้นไป 3 วัน

ยกตัวอย่างเช่น

 

อีกไม่นาน *-*

 

อ่อ อะไรไม่นานวะเพื่อน จะเรียบจบหรอ หรืออะไร งง กูงงครับ

หรือจะสื่อถึงเพลงอีกไม่นานของจุ๋ยจุ๋ยส์ว่ะครับ

มึงนามธรรมเกินไปที่จะเข้าใจแล้ว ขอผ่านครับ

ง่า... -*-

 

???? ง่า มันเป็นคำอุทานแสดงอารมณ์อะไรก็ไม่อาจเข้าใจได้ครับ

คิดในอีกแง่

ผมอาจไปคอมเม้นใน hi5 ของเธอก่อนก็ได้แบบว่า

"ข้อสอบเป็นไงยากมั้ย"

จริง ๆ แล้วเธอจะตอบมาว่า "ง่าย"

แต่ด้วยความที่รีบพิพม์เลยทำให้ตัวอักษรตกหล่นหายไป...

 

อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ....  ถุ้ย !

 

 

ส่วนตัวอย่างสุดท้ายนี่อ่านแล้วซึ้งกินใจ

เจ้าของของมันเป็นเพื่อนโคตรเก่าโคตรแก่ตั้งแต่สมัยหัวเกรียนเรียน ป.5

เธอคอมเม้นมาว่า

 

เขียน Journal ได้ซึ้งมากค่ะ คุนเพื่อน

 

 

^^ ยังจำกันได้หรือเปล่าน๊า เพื่อนสมัยป.5 คนนี้น่ะ

 

 

 

คิดถึงแกจังเลย

 

 

ไว้เจอกันนะ !!

 

 

ดูแลตัวเองด้วยล่ะ

 

 

พูดไปก็เสียดายนะครับ คนบางคนมีความหมายกับเราเพียงแค่บางช่วงบางตอนของชีวิตเท่านั้น

หายากครับ

คนที่จะมีส่วนร่วมกับเราตลอดไป

 

 

 

3.

ใน hi5 มันจะมีให้เขียน Journal  ครับ

ซึ่งเพิ่งนึกได้ตอนอ่านคอมเม้นของเพื่อน ป.5 แล้วเค้าชมว่าเราเขียนได้ซึ้งดี

ผมก็เลยลองกลับไปคุ้ยดูว่ามันจะยังพอมีหลงเหลืออยู่บ้างไหม

แต่โชคชะตาก็ไม่ได้เป็นใจครับ

 

Journal ทั้งหมดมันน่าจะถูกลบทิ้งไปพร้อมกับวันที่ผมปิด hi5

นี่ถ้ามันยังไม่ถูกลบคงมีเรื่องให้วิพากวิจารณ์ตัวเองอีกเยอะน่าดู

 

มันคงคล้าย ๆ กับการกลับไปฟังตัวของเราในเมื่อก่อนว่ากำลังพูดอะไร บ่นอะไรอยู่

 

และที่นอกเหนือไปจากนั้นก็คือ ได้รู้ว่า

จากวันนั้นถึงวันนี้

เราเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

 

 

ที่ผมอ่านอยู่ทั้งหมดนี้คือเสียงจากคนที่พูดกับเราในอดีต ผ่านโลกสมมติ

ทั้ง 1405 คอมเม้นนั้นบอกได้อย่างดีว่าชีวิตเราผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้าง

 

อกหักกี่ครั้ง

มีเรื่องโคตรฮาให้เม้นล้อกันในเรื่องอะไรบ้าง

แอบรักชาวบ้านไปกี่คน

และสุดท้าย

บทสรุปแล้วมันเป็นอย่างไร

 

น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถดูได้ว่าผมคอมเม้นคนอื่น ๆ ไปว่าอย่างไร

ผมพูดอะไรไปกับเพื่อน ๆ บ้าง

แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว

สิ่งนั้นมันไม่สำคัญเท่ากับเสียงที่มาจากคนอื่น

เหมือนขี้ตา ที่เราไม่ค่อยจะเห็นของตัวเอง

 

แน่นอนว่า "ความเป็นตัวเราเอง" ก็เช่นเดียวกัน

 

 

 

 

4.

Social Network นาม Facebook ที่ผมกำลังใช้อยู่นี้มันบอกผมว่า

ผมมีเพื่อนทั้งหมด 394 คน

น้อยกว่าตอนที่เล่น hi5 อีกแนะ

 

ผมชอบ FB อย่างหนึ่งคือเวลาเราจะเพิ่มใครเป็นเพื่อน หรือมีใครมาเพิ่มเราเป็นเพื่อน

เราสามารถดูได้ว่าเขาหรือเธอ มี Mutual Friend ร่วมกันกี่คน

ซึ่งถ้ามากก็จะอนุมานได้ว่าอีเนี่ย มันต้องมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดทางนึงกับเราแน่ ๆ

ต้องขอบคุณ คุณ zuckerberg ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ที่ทำให้คนบนโลกนี้ติดต่อกันได้ง่ายขึ้น

 

อ่อ ลืมไปหนะครับ

ผมลืมบอกไปว่าผมไม่ชอบ FB ตรงไหน

ตรงที่เราต้องมีการส่งคำขอไปเป็นเพื่อนกับชาวบ้านอีกนั้นแหละครับ

ลองคิดตามดูนะ

ในโลกแห่งความเป็นจริง เราเคยเดินพูดกับใครอีกคนรึป่าวว่า

 

"เห้ยนาย เป็นเพื่อนกับเราป่าว?"

 

แล้วไอ้ อี คนนั้นก็ตามกลับมาว่า

 

"เอาสิ เป็นเพื่อนกันเถอะ"

 

หรือ

 

"ฉันยังไม่แน่ใจนะ เดี๋ยวจะตอบอีกที"

 

ถ้าร้ายแรงกว่านั้นก็คงจะเป็น

 

"ไม่อ่ะ "

 

ลองสังเกตุคนที่เราเรียกมันว่าเพื่อนในชีวิตเราดูก็ได้ครับ

เราไม่รู้หรอกครับว่าเรากับมันเป็นเพื่อนกันตอนไหน

เพราะเท่า ๆ ที่เราจะจำได้

 

"เรา" กับ "มัน" ก็เป็นเพื่อนกันไปเรียบร้อยแล้ว

 

โดยไม่ต้องส่งคำขอใด ๆ เพื่อรอให้อีกฝ่ายตอบรับเลย

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แอบฮา ฮ่าๆๆ

#1 By ลิงแว่น on 2011-04-29 21:10

Hot!

#2 By starttoiizilla on 2011-04-29 21:18