การ์ตูนที่อ่านไม่รู้เรื่อง
posted on 29 May 2011 23:12 by mojungpai in EasyRead1.
คำว่าการ์ตูนนั้นทับศัพท์มาจากคำว่า Cartoon ในภาษาอังกฤษ
ผมลองใช้โปรแกรมพจนานุกรมในคอมฯแปลไทยเป็นไทยอีกทีมันบอกความหมายกับเราว่า
การ์ตูนคือ
ภาพล้อ, ภาพตลก, บางทีเขียนเป็นภาพบุคคล บางทีเขียนเป็นภาพแสดงเหตุการณ์ที่ผู้เขียนตั้งใจล้อเลียน
จะให้ดูรู้สึกขบขัน บางทีก็เขียนติดต่อกันเป็นเรื่องยืดยาว
ซึ่งเรารู้กันดีในหมู่ผู้อ่านการ์ตูนว่า มันไม่ได้เป็นอย่างที่แปลไว้เลย
อย่างน้อยที่สุด การ์ตูนหลายเรื่องก็ไม่ตลก
2.
เข้าเรื่องโดยไม่เวิ่นเว้อ
ผมจะพูดถึงนิตยสารการ์ตูนฝีมือคนไทย 2 เล่ม
เล่มแรกชื่อว่า Let's Comic
ผมรู้จักกับหนังสือการ์ตูน let's comic อย่างไม่ได้ตั้งใจ
เราเจอกันที่ร้านหนังสือเล็ก ๆ หน้า ม.บูรพา
ความประทับใจแรกจำกัดความเป็นตัวหนังสือได้ว่า
"หนังสือเหี้ยไรวะ อ่านไม่รู้เรื่อง"
แต่ถึงกระนั้นก็ตามหนังสือเล่มนั้นก็ได้เงินผมไป
แม้มันจะไม่ใช่หนังสือการ์ตูนที่ดี
แต่ผมซื้อในความแปลกของมัน
เนื้อหาบางบทชวนเราตั้งคำถามว่าที่เราถืออยู่ตรงหน้านี้ยังพอที่จะเรียกว่าหนังสือการ์ตูนได้อยู่อีกหรือไม่
เพราะในบางตอนนิตยสารการ์ตูนเล่มนี้ก็ไม่ได้มีใจความอย่างที่การ์ตูนทั่วไปควรจะเป็น
มันไม่ได้มีรูปภาพที่สวยงามชวนให้เด็ก ๆ ฝันถึงดินแดนมหัศจรรย์ในจิตนาการ
แต่กลายเป็นการพูดถึงปัญหาทางสังคม พูดผ่านทางการขีดเขียนเป็นตัวการ์ตูนขึ้นมา
ผมเคยตอบเพื่อนคนหนึ่งที่ถามว่านิตยสารเล่มนี้สนุกมั้ยว่า
"ไม่หว่ะ"
แต่หนังสือ Lets comic เล่ม 13 ที่อยู่ในมือผมขณะนี้อาจทำให้ผมต้องเปลี่ยนคำตอบไป
ถ้าจะให้ใช้คำ ๆ ใดพูดถึงก็น่าจะเป็นมันดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น
ทั้งในด้านการจัดรูปเล่ม และเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของเนื้อหา
ทำให้ตอนนี้มันกลายเป็นนิตยสารการ์ตูนที่น่าซื้อมาอ่าน+สะสมที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้
หากมีใครเดินเข้ามาถามผมตอนนี้ว่านิตยสารการ์ตูนเล่มนี้เป็นอย่างไร
ผมจะตอบอย่างเต็มใจ ว่ามันเจ๋งดี

3.
เราจะมารู้จักกับหมัด
หมัดในที่นี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ตามขนหมา
หรือสิ่งที่กระแทกปากเราตอนที่พูดจากวนประสาทคนอื่น
หมัดเป็นชื่อนิตยสารการ์ตูน
มันอยู่ในสำนักพิมพ์ใต้ฝุ่นที่ ปราบดา หยุ่น แกทำหน้าที่เป็นเจ้าสำนักอยู่
ผมซื้อหนังสือหมัดมาจากเจ้ร้านเดียวกันกับข้างบน
และด้วยเหตุผลที่คล้ายกัน คือมันแปลกดี
หมัดให้นิยามตัวเองว่าเป็นหนังสือการ์ตูนทางเลือก
ซึ่งมันโคตรจะทางเลือกแบบมาก ๆ
หลักฐานคือ การ์ตูนลายเส้นชุ่ย ๆ ที่ถูกเขียนโดยเด็กนักเรียนประถม
อ่านไม่ผิดหรอกครับ หมัดเอาการ์ตูนเด็กประถมที่เหมือนเจ้าหนูนั้นจะวาดตอนคุณครูเผลอมาขายเรา
ซึ่งเหมือนจะเป็นการมักง่าย อีกทั้งหยามหน้าพี่ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร ที่เขียนอยู่ในเล่มนี้เช่นเดียวกัน
แต่หากลองอ่านดูฝีมือของเด็กนั่นแล้ว จะพบว่าความคิดแม่งเจ๋งฉิบหายเลยหวะ
หมัดเล่มแรกที่ผมซื้อมานั้นค่อนข้างบ้าพลังมาก
ปล่อยของกันออกมาเต็มที่
ด้วยกระดาษหนังสือของพี่แกก็มีไปซะ 4 สี
เนื้อหาก็อิลุมตุมบอลโชว์ความแนวกันอย่างไม่เกรงใจหนังสือที่วางอยู่ข้าง ๆ
ซึ่งบอกได้เลยว่าสร้างความปวดกบาลให้แก่ผู้อ่านมือใหม่อย่างผมมาก
แต่หนังสือ mud-silence เล่ม 8 ที่อยู่ในมือผมขณะนี้ มันแตกต่างจาก 7 เล่มก่อนหน้านี้มากครับ (ประโยคฟังดูคุ้น ๆ)
อาจจะด้วยธีมของเล่มที่พูดถึงความเงียบ
จึงทำให้ หมัดเล่มนี้ดูเป็นงานที่เนี้ยบที่สุดเท่าที่อ่านมา
เนื้อหาอ่านดูเบาสบาย ไม่ต้องดมยาดมเหมือนที่ผ่านมา
แต่โชคร้ายที่มันเป็นเล่มสุดท้ายแล้ว
ทาง บก. แกบอกว่ามันเป็นเหตุผลด้านการเงิน
คิดแล้วก็รู้สึกใจหายคล้ายตอนที่อ่านแฮรี่เล่ม 7 จบ
คิดแล้วก็รู้สึกใจหาย ที่จะไม่ได้อ่านมันอีกแล้ว
(ขอวงเล็บเสียใจหนึ่งบรรทัด)

4.
ขอจบอย่างมักง่าย
ผู้ใหญ่บางคนชอบมองว่าการ์ตูนไร้สาระ
ไม่หรอก ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย
การ์ตูนจะไร้สาระ สำหรับคนที่ไม่อ่านการ์ตูนเท่านั้นแหละ
ปล. ผู้ใดที่ไม่เคยอ่านการ์ตูน 2 ค่ายนี้ให้จงรีบไปซื้อหรือขโมยเพื่อนมาอ่านซะ
-อุตสาหกรรมการ์ตูนไทยมันไม่เหมือนต่างชาติ แล้วเด็กไทยบอกตรงๆว่ามันก็ไม่ได้ใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย ของไทยมีดีเยอะแยะสนับสนุนกันนิด รับรองว่าจะดีกว่านี้
#1 By FKFT on 2011-05-30 00:28