1.

คำว่าการ์ตูนนั้นทับศัพท์มาจากคำว่า Cartoon ในภาษาอังกฤษ

ผมลองใช้โปรแกรมพจนานุกรมในคอมฯแปลไทยเป็นไทยอีกทีมันบอกความหมายกับเราว่า

 

การ์ตูนคือ

ภาพล้อ, ภาพตลก, บางทีเขียนเป็นภาพบุคคล บางทีเขียนเป็นภาพแสดงเหตุการณ์ที่ผู้เขียนตั้งใจล้อเลียน

จะให้ดูรู้สึกขบขัน  บางทีก็เขียนติดต่อกันเป็นเรื่องยืดยาว

 

ซึ่งเรารู้กันดีในหมู่ผู้อ่านการ์ตูนว่า มันไม่ได้เป็นอย่างที่แปลไว้เลย

อย่างน้อยที่สุด การ์ตูนหลายเรื่องก็ไม่ตลก

 

 

2.

เข้าเรื่องโดยไม่เวิ่นเว้อ

ผมจะพูดถึงนิตยสารการ์ตูนฝีมือคนไทย 2 เล่ม

เล่มแรกชื่อว่า Let's Comic

 

ผมรู้จักกับหนังสือการ์ตูน let's comic อย่างไม่ได้ตั้งใจ

เราเจอกันที่ร้านหนังสือเล็ก ๆ หน้า ม.บูรพา

ความประทับใจแรกจำกัดความเป็นตัวหนังสือได้ว่า

 

"หนังสือเหี้ยไรวะ อ่านไม่รู้เรื่อง"

 

แต่ถึงกระนั้นก็ตามหนังสือเล่มนั้นก็ได้เงินผมไป

 

แม้มันจะไม่ใช่หนังสือการ์ตูนที่ดี

แต่ผมซื้อในความแปลกของมัน

 

เนื้อหาบางบทชวนเราตั้งคำถามว่าที่เราถืออยู่ตรงหน้านี้ยังพอที่จะเรียกว่าหนังสือการ์ตูนได้อยู่อีกหรือไม่

เพราะในบางตอนนิตยสารการ์ตูนเล่มนี้ก็ไม่ได้มีใจความอย่างที่การ์ตูนทั่วไปควรจะเป็น

มันไม่ได้มีรูปภาพที่สวยงามชวนให้เด็ก ๆ ฝันถึงดินแดนมหัศจรรย์ในจิตนาการ

 

แต่กลายเป็นการพูดถึงปัญหาทางสังคม พูดผ่านทางการขีดเขียนเป็นตัวการ์ตูนขึ้นมา

 

ผมเคยตอบเพื่อนคนหนึ่งที่ถามว่านิตยสารเล่มนี้สนุกมั้ยว่า

"ไม่หว่ะ"

 

แต่หนังสือ Lets comic เล่ม 13 ที่อยู่ในมือผมขณะนี้อาจทำให้ผมต้องเปลี่ยนคำตอบไป

 

ถ้าจะให้ใช้คำ ๆ ใดพูดถึงก็น่าจะเป็นมันดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ทั้งในด้านการจัดรูปเล่ม และเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของเนื้อหา

ทำให้ตอนนี้มันกลายเป็นนิตยสารการ์ตูนที่น่าซื้อมาอ่าน+สะสมที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้

 

หากมีใครเดินเข้ามาถามผมตอนนี้ว่านิตยสารการ์ตูนเล่มนี้เป็นอย่างไร

ผมจะตอบอย่างเต็มใจ ว่ามันเจ๋งดี

 

 

 

3.

เราจะมารู้จักกับหมัด

หมัดในที่นี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ตามขนหมา

หรือสิ่งที่กระแทกปากเราตอนที่พูดจากวนประสาทคนอื่น

หมัดเป็นชื่อนิตยสารการ์ตูน

มันอยู่ในสำนักพิมพ์ใต้ฝุ่นที่ ปราบดา หยุ่น แกทำหน้าที่เป็นเจ้าสำนักอยู่

ผมซื้อหนังสือหมัดมาจากเจ้ร้านเดียวกันกับข้างบน

และด้วยเหตุผลที่คล้ายกัน คือมันแปลกดี

 

หมัดให้นิยามตัวเองว่าเป็นหนังสือการ์ตูนทางเลือก

ซึ่งมันโคตรจะทางเลือกแบบมาก ๆ

หลักฐานคือ การ์ตูนลายเส้นชุ่ย ๆ ที่ถูกเขียนโดยเด็กนักเรียนประถม

อ่านไม่ผิดหรอกครับ หมัดเอาการ์ตูนเด็กประถมที่เหมือนเจ้าหนูนั้นจะวาดตอนคุณครูเผลอมาขายเรา

ซึ่งเหมือนจะเป็นการมักง่าย อีกทั้งหยามหน้าพี่ตั้ม วิศุทธิ์ พรนิมิตร  ที่เขียนอยู่ในเล่มนี้เช่นเดียวกัน

แต่หากลองอ่านดูฝีมือของเด็กนั่นแล้ว จะพบว่าความคิดแม่งเจ๋งฉิบหายเลยหวะ

 

หมัดเล่มแรกที่ผมซื้อมานั้นค่อนข้างบ้าพลังมาก

ปล่อยของกันออกมาเต็มที่

ด้วยกระดาษหนังสือของพี่แกก็มีไปซะ 4 สี

เนื้อหาก็อิลุมตุมบอลโชว์ความแนวกันอย่างไม่เกรงใจหนังสือที่วางอยู่ข้าง ๆ

ซึ่งบอกได้เลยว่าสร้างความปวดกบาลให้แก่ผู้อ่านมือใหม่อย่างผมมาก

 

แต่หนังสือ mud-silence เล่ม 8 ที่อยู่ในมือผมขณะนี้ มันแตกต่างจาก 7 เล่มก่อนหน้านี้มากครับ (ประโยคฟังดูคุ้น ๆ)

อาจจะด้วยธีมของเล่มที่พูดถึงความเงียบ

จึงทำให้ หมัดเล่มนี้ดูเป็นงานที่เนี้ยบที่สุดเท่าที่อ่านมา

เนื้อหาอ่านดูเบาสบาย ไม่ต้องดมยาดมเหมือนที่ผ่านมา

แต่โชคร้ายที่มันเป็นเล่มสุดท้ายแล้ว

 

ทาง บก. แกบอกว่ามันเป็นเหตุผลด้านการเงิน

 

คิดแล้วก็รู้สึกใจหายคล้ายตอนที่อ่านแฮรี่เล่ม 7 จบ

คิดแล้วก็รู้สึกใจหาย ที่จะไม่ได้อ่านมันอีกแล้ว

 

(ขอวงเล็บเสียใจหนึ่งบรรทัด)

 

 

 

 

 

4.

ขอจบอย่างมักง่าย

ผู้ใหญ่บางคนชอบมองว่าการ์ตูนไร้สาระ

 

ไม่หรอก ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย

 

การ์ตูนจะไร้สาระ สำหรับคนที่ไม่อ่านการ์ตูนเท่านั้นแหละ

 

 

 

 

 

ปล. ผู้ใดที่ไม่เคยอ่านการ์ตูน 2 ค่ายนี้ให้จงรีบไปซื้อหรือขโมยเพื่อนมาอ่านซะ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

-หนังสือการ์ตูนไทยๆดีมีเยอะแต่จะอยู่ไปนานแค่ไหน ไปได้ไกลแค่ไหนบนแผงนั้นไม่มีใครรู้(อาจจะเป็นเพราะราคาที่แพงกว่า100บาท)
-อุตสาหกรรมการ์ตูนไทยมันไม่เหมือนต่างชาติ แล้วเด็กไทยบอกตรงๆว่ามันก็ไม่ได้ใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องอะไรแบบนี้ด้วย ของไทยมีดีเยอะแยะสนับสนุนกันนิด รับรองว่าจะดีกว่านี้

#1 By FKFT on 2011-05-30 00:28

น่าลองๆ confused smile

#2 By anuwats19 on 2011-06-02 13:55