___ Days of Someone
posted on 27 May 2012 12:50 by mojungpai in LoveMade1.
บทความนี้เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน !
ปกติเวลาเจออะไรที่ประทับใจแบบเก็บไว้คนเดียวไม่ไหวแล้ว
หรืออยากจะพูดเรื่องบางอย่างที่คิดว่าการพิมพ์เล่าน่าจะดีกว่าการหาเวทีปราศรัย
ผมมักจะจดเก็บไว้ก่อนแล้วค่อยกลับมาเขียนในหลายวันให้หลัง
ซึ่งหลายครั้งที่กลับมาเปิดดูหาเรื่องที่จะนำมาเขียนก็จะพบวลีแปลกๆ
ที่แม้แต่ตัวเองก็นึกไม่ออกว่ามันคืออะไร
(ครั้งล่าสุดเจอ "โจรปล้นขันหมาก" คืออะไรของมึงวะ ?)
แต่บางเรื่องที่เขียนก็ไม่ได้เก็บดองจนเรื่องขึ้นราหรือหมดอายุความอิน
ความประทับใจบางอย่างเกิดขึ้นที่นั้น, ตรงนั้น
บทความที่ตามมาก็เกิดขึ้นมาที่นั่น, ตรงนั้นเช่นเดียวกัน
มันเป็นความรู้สึกสดใหม่ที่ไม่ต้องรอให้ตกตะกอน
ไม่ต้องเรียบเรียงเรื่องในหัวก่อนเขียน
เราแค่เขียนมันไปอย่างที่เรารู้สึก
ใช่, เราควรจะทำไปอย่างที่เรารู้สึก
และนี่คือความรู้สึก
ของผมในเวลาใกล้เช้าครับ
2.
เพิ่งดูหนังเรื่อง 500 days of summer มาครับ
ไม่อยากจะเล่าเรื่องย่อ เพราะเรื่องมันไม่มีอะไรให้เล่า
และไม่ต้องกลัวการ Spoil ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะตัวหนังมีการ Spoil ตัวเองตั้งแต่ฉากแรกๆ แล้ว
หนังเกี่ยวกับห้าร้อยวันของผู้ชายคนหนึ่งกับหญิงที่ชื่อ Summer
(เนื้อเรื่องตรงกับชื่อเรื่องยังกับแปลมาจาก Google Translate)
มันพูดถึง ความสัมพันธ์ ระหว่างชายกับหญิง
ไม่ต้องห่วงว่ามันจะเป็นหนังรักเกลื่อนกลาดที่พบเห็นได้ทั่วไป
เพราะว่ามันน้ำเน่าและสามัญมากจนทำให้คุณกลับมาคิดว่าเรื่องแค่นี้ก็นำมาทำหนังได้แล้วหรอ
ความธรรมดานี้ทำให้หนังมีสเน่ห์จนทำให้เรามีส่วนร่วมได้ง่าย
และจะรู้สึกว่ายิ่งง่ายเข้าไปอีก สำหรับคนที่ใช้จ่ายวันเวลาไปกับใครสักคนเป็นช่วงเวลานานๆ
ในหนังเขียนไว้แค่ห้าร้อยวัน
แต่ของผม...
มันน่าจะมากกว่านั้นเยอะ

3.
หนังได้พูดไว้ชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่า
This isn't a love story
but this is a story about love.
แต่ผมมั่นใจมากว่าในระหว่างที่ดู
ไม่มีใครเชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นแบบนั้น
อย่างน้อยที่สุดมันน่าจะมีสักวันนึงที่หนังเรื่องนี้เกิดสิ่งที่เรียกว่ารักขึ้นมา
ในห้าร้อยวันที่ผ่านมา น่าจะมีอะไรแบบนั้นอยู่บ้าง
แต่สุดท้ายแล้ว หนังพูดถูก
มันไม่มีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้นเลย
4.
เคยเริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครด้วยข้อกำหนดมั้ยครับ
ข้อกำหนดที่ทำให้การจากกันในภายหลังกลายเป็นเรื่องโมฆะ
ยกตัวอย่างเช่น
"ลองคบกันดูก่อน ถ้าไปไม่ไหวค่อยเลิกกัน"
"ผมไม่สัญญานะ ว่าต่อจากนี้เราจะเป็นแบบไหน แต่ลองคบกันดูก่อนก็น่าจะดี"
ด้วยความที่เคยเป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟังในประโยคทำนองนี้จึงเข้าใจความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย
เราต่างรู้ข้อแม้ของความสัมพันธ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว
แต่ส่วนมาก เราเลือกที่จะเสี่ยง
แม้เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่า สิ่งที่เราได้เสียไปนั้น
มันจะคุ้มกับการที่เราได้เดินไปหรือป่าวก็ตาม
5.
เคยคบกับใครเกินห้าร้อยวันมั้ยครับ
เคยผ่านการบอกรักหรือถูกบอกรักมาเกินร้อยครั้งกันมั้ยครับ
แล้วเคยประสพกับเหตุการณ์ว่าที่ผ่านมามันไม่ใช่อะไรอย่างที่เราได้เข้าใจไว้เลย
เป็นเราเองเสียอีกที่ทึกทักไปว่ามันเป็นแบบนั้นแบบนี้มั้ยครับ
มันเป็นความเลวร้ายที่สุดของการคิดไปเอง
เหมือนกับในฉากหนึ่งของหนังที่ได้พูดไว้ว่า
คุณรู้มั้ย สิ่งที่แย่สุดๆ
คือการที่ได้รู้ว่าสิ่งที่เราเชื่อมาตลอดนั้นเป็นเพียงสิ่งที่งี่เง่า
6.
ผมเชื่อว่าเราทุกคนต้องเคยได้เจอกับ Summer
Summer คือคนที่สอนให้เราได้รู้จักทั้งความรักและความไม่รัก
ทำให้เรารักเธอมากๆ และเกลียดเธอมากๆ
ทำให้ชีวิตของเรามีฤดูกาล
เราต่างก็มี Summer เป็นของตัวเอง
อย่าไปเสียดายเวลาที่เราได้ใช้ไปกับฤดูกาลที่แล้ว
ไม่ว่าจะขาดทุนเท่าไร แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป
แม้จะค้นพบว่าเมื่อความสัมพันธ์ถึงเวลาที่ต้องยุติแล้ว
มันไม่เหลือของสัมนาคุณใดๆ ไว้ให้เรา
มันทิ้งไว้เพียงใบเสร็จที่มีราคาจ่ายเป็นชีวิต
ชีวิต... ที่ไม่ได้มีแค่ห้าร้อยวัน
7.
ตอนนี้สภาพอากาศร้อนที่รังสิตได้หายไปแล้ว
เปลี่ยนไปเป็นบรรยากาศฟ้าครื้มๆ เมฆเยอะๆ แทน
ฤดูกาลได้เปลี่ยนไปแล้ว...
เรากำหนดอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
ฤดูกาลได้เปลี่ยนไปแล้ว...
และอย่าได้หวังเลยว่ามันจะเหมือนกันกับคราวก่อน
เหมือนกับหน้าร้อนในปีนั้น...
27 may 20125.51 am

นอกเรื่อง- พระเอกเรียนสถาปัตย์ที่มีความสามารถด้านการเขียน
แกให้เหตุผลที่ไม่อยากเป็นสถาปนิกกว่า
"เราจะทำสิ่งที่สร้างเสร็จแล้ววันนึงก็ต้องถูกทุกทิ้งไปทำไมกัน"
ซึ่งนั่นค่อนข้างถูกใจเด็กสถาปัตย์ที่ไม่ได้อยากเป็นสถาปนิกอย่างผมมาก
-มีประเด็นของหนังที่เกี่ยวกับเรื่องของความ POP แกพูดไว้อย่างไรอยากให้ไปฟังดูเอง
และผมเห็นด้วยกับพี่แกทุกประการ
-สิ่งสุดท้ายที่สำคัญ
คุณ Summer ที่แสดงโดย Zooey นั้นน่ารักไม่ไหวแล้ว
edit @ 27 May 2012 12:51:07 by mojungpai